>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>100
..101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130

ให้..ชีวิตคุณ > 100

........ที่ Kern100.com

Home
Games
Football
Travel
Tips
 
 
Home Tips
Health
Beauty
Variety
Diet Tips
Game Women
Love-Sex

Variety Tips

 

บำรุงสมองให้ฉลาด


               

ใครๆ ก็อยากที่จะมีสมองดี ๆ ฉลาดๆ ไปนานๆ ไม่เป็นอัลไซเมอร์ ใช่มั้ยคะ kern100 ขอเสนอ 10 วิธีที่จะบำรุงรักษาสมองให้ปราดเปรื่องและมีประสิทธิภาพได้นานที่สุดค่ะ


1. กินอาหารเพื่อประเทืองความคิด
    การอดอาหารมีผลต่อสมองนอกจากทำให้รู้สึกโหยแล้วยังทำให้สมองตื้อหนัก คิดได้เชื่องช้า ทันทีที่คุณได้กินอาหารที่คาร์โบไฮเดรตสูงแล้ว สมองก็จะแจ่มใสสดชื่นขึ้นได้ในฉับพลัน  เป็นเพราะอาหารที่สมองต้องการก็คือคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ดังนั้นการกินอาหารเพื่อคงความเฉียบไวของสมองก็ควรเป็น Pyramid's High Carbohydrate, Low-Fat Diet ซึ่งก็คือ เมื่อเทียบกับจำนวนแคลอรี่ทั้งหมดในแต่ละวันแล้ว ควรมาจากคาร์โบไฮเดรต 50% โปรตีน 20% และอีก 30% หรือน้อยกว่านั้นจากไขมัน สัดส่วนนี้จะทำให้สมองคุณยังเฉียบคมอยู่ได้ดดยไม่ทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้น แต่ถ้าหากคุณลดคาร์โบไฮเดรตหรือตัดมันออกไป ประสิทธิภาพของสมองจะลดลง อารมณ์เปลี่ยนง่าย สมาธิต่ำ และความคิดไม่ผ่องใส

2. ส่วนสำคัญของอาหารที่ประทังสมอง
    ไม่สนับสนุนให่สรรหาอาหารเสริมพวกสมันไพรทั้งหลายที่หายากราคาแพงมาทานเช่น ใบแปะก๊วย(Ginkgo Diloba) โสม (Ginseng) หรือ Ma Huang ซึ่งมีสรรพคุณว่าเพิ่มพลังของสมองได้ แต่นักโภชนาการแนะนำว่าให้กินอาหารที่หาง่ายตามธรรมชาติ โดยมุ่งไปยังสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองคือ
เหล็ก: เป็นส่วนประกอบในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะนำออกซิเจนไปสู่สมอง พบในเนื้อไม่ติดมัน เลือดสัตว์ หอบ ใบขี้เหล็ก ผักขม
วิตามิน B: ช่วยในการพัฒนาและคงสภาพของระบบประสาท มีมากในนม อาหารทะเล ใบกระหล่ำ กล้วย ส้ม ถั่วเขียว ธัญญพืช
Anioxidant: จะช่วยในการสันดาป จะช่วยป้องกันการเสื่อมของร่างกาย และสมองก่อนอายุขัยของมัน จะพบได้มากในแครอท มันฝรั่ง ลูกพีช ผักบล็อกโคลี

3. คาเฟอีนกระตุ้นสมองเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น
    การกินกาแฟจะช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้สมองตื่นตัวขึ้น แต่การดื่มกาแฟมากๆ มักจะทำให้ความสดชื่นแจ่มใสของสมองลดลง โดยเฉพาะเมื่อสมองต้องการพักผ่อนด้วยการนอนหลับ จะทำให้หลับได้ไม่ลึกพอ และเมื่อตื่นมาสมองก็จะยังตื้อเสียอีก ปริมาณกาแฟเท่าไรจึงเรียกได้ว่ามากเกินไปนั้น บอกไม่ได้ในแต่ละคน แต่มีหลักง่ายๆ ว่าเมื่อไหร่ที่นอนไม่ค่อยหลับ ลองลดปริมาณกาแฟในแต่ละวันลง โดยเฉพาะในช่วงบ่ายและค่ำ ก็จะทำให้สมองสดชื่นขึ้นได้ในเช้าวันรุ่งขึ้น

4. ดื่มน้ำให้พอเพียง
    เพราะสมองมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 75% ถ้าขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้การรับรู้ถดถอยลง การดื่มน้ำอย่างเพียงพอโดยปกติปริมาณวันละ 8 แก้ว ก้จะทำให้คงความผ่องใสของสมองไว้ได้

5. แอลกอฮอล์ลดประสิทธิภาพของสมอง
    ทุกคนรู้ดีว่าของมีนเมาทั้งหลายมีผลต่อสมอง ทำให้สมองตื้อ ความคิดเชื่องช้า ตัดสินใจไม่ดี และสั่งการทำงานของร่างกายไม่ได้ ทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งตนเองและผู้อื่นด้วย ใครๆ ก็รู้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์มากๆ ไม่เคยทำให้ใครสมองปราดเปรื่องได้เลย

6. ให้สมองพักผ่อนด้วยการนอนหลับ
    ไม่มีใครรู้ว่าทำไมร่างกายต้องการพักผ่อนด้วยการนอนหลับ แต่การนอนหลับสนิทจะทำให้ขจัดความคิดต่างๆ ออกไปได้ สมองซึ่งได้ทำงานอย่างเต็มที่มาทั้งวันได้ซ่อมแซมตัวเอง การอดนอนเพียง 1 คืนจะทำให้ความคิดสร้างสรรค์ลดลงได้ แน่นอนการทำงานซ้ำๆ ซากๆ ยังคงทำได้อยู่ แต่ถ้าต้องการแก้ปัญหาที่แตกต่างจากปกติแล้วจะทำได้ไม่ดี ถ้าพักผ่อนหลับสนิท ตื่นเช้ามาจะกระฉับกระเฉงสดชื่นแจ่มใส และยังคงเรียนรู้ มุ่งความสนใจอย่างมีสมาธิได้ถึงบ่าย แม้ค่ำแล้วก็ยังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

7. การออกกำลังกายช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง
    สมองก็เหมือนกับอวัยวะอื่นๆ ที่จะเสื่อมสภาพลงตามวัย ความสามารถที่จะจดจำตัวเลขยาวๆ จะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุเพียง 25 ปี และความเร็วของการส่งคลื่นตามระบบประสาทก็จะลดลงไป 20% ในระหว่างอายุ 45-75 ปี แต่ถ้ามีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะทำให้มีการส่งผ่านออกซิเจนไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีรวมไปถึงสมองด้วยจึงทำให้คงสภาพของสมองให้คิดและจดจำได้ดีกว่าการไม่ออกกำลังกาย รวมทั้งยังทำให้การสั่งงานของสมองไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้กระทำอยู่เสมอ ทำให้คล่องแคล่วว่องไว กระฉับกระเฉง มีสมรรถภาพดี การรับรู้ และรวบรวมสมาธิได้ด้วย

8. เอาความเครียดกังวลมาใช้ประโยชน์
    ถึงแม้ความกังวลจะเป็นความเครียดชนิดหนึ่งก็ตาม แต่มันจะทำให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีน ซึ่งจะกระตุ้นให้คุณตื่นตัว เตรียมพร้อมสำหรับทุกประสาทสัมผัสที่จะผลักดันให้คุณเข้าไปในสถานการณ์ที่แวดล้อมรุมเร้าได้ในทันที นั่นคือ ถ้าคุรกังวลถึงงาน นั่นเป็นเวลาที่สมองคุณพร้อมที่จะกระโดดลงไปสนุกกับมัน

9. ปลุกจิตใต้สำนึกให้รื่นเริงอยู่เสมอ
    เมื่อมีสิ่งที่ต้องทำ สมองจะรวบรวมสมาธิให้มุ่งมั่นสนใจในสิ่งที่จะทำเหล่านั้น ถ้าสิ่งเหล่านั้นท้าทายความสามารถก็ไม่เป็นการยากที่จะแน่วแน่ในงาน แต่ถ้าสิ่งนั้นไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ การคิดถึงสิ่งที่ดีและความสำเร็จจะทำให้เรารื่นรมย์กับมันได้ ถ้างานประดังเข้ามาทีละมากๆ การแยกแยะงานเป็นส่วนๆ เลือกทำในสิ่งที่น่าสนใจก่อนหลังก็จะทำให้ไม่รู้สึกถูกผลักดัน ทำด้วยความสบายใจ สมองก็จะปราดเปรื่อง

10. หยุดพักจากงานเป็นระยะ

    การที่เราไม่เครียดหรือไม่กังวลใดๆ เลยจะทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่ายต่อสิ่งที่ทำได้ ในทางกลับกัน ถ้าเราเครียดมากๆ ก็จะทำให้สมองอ่อนล้าได้ถ้าความรู้สึกนี้เกิดขึ้น ควรหยุดพักงานชั่วคราว ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ สูดหายใจเข้าลึกๆ ยืดเส้นยืดสาย เดินเล่นบ้าง ก็จะทำให้สมองสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แล้วคุณจะกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อีกนาน               

.........