อาการแพ้ท้องและวิธีแก้ไข
เมื่อคุณแม่เริ่มรู้สึกว่ามีสิ่งมีชีวิตอีกชีวิตหนึ่งกำลังเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์อย่างช้าๆ
เชื่อว่า ความรู้สึกของคุณแม่ต้องมีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ควบคู่กับความสุข
คือ ความเบื่อหน่ายกับการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาการหรือภาวะที่ไม่พึงประสงค์ของการ
ตั้งครรภ์ซึ่งมีอยู่หลายอาการด้วยกัน และเกิดขึ้นได้แทบจะทุกระยะของการตั้งครรภ์
เลยทีเดียว ในที่นี้จะกล่าวถึงอาการแพ้ท้อง ซึ่งเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่คุณแม่บาง
ท่านอาจจะต้องเผชิญเป็นด่านแรกของการตั้งครรภ์ และอาจจะรู้สึกหงุดหงิด รำคาญอยู่
ู่ ไม่น้อยทีเดียว เพราะอาการดังกล่าวมักสร้างความรู้สึกไม่สบายให้ว่าที่คุณแม่แทบจะทุก
เช้าที่ตื่นขึ้นมา
อย่างไรก็ตามอาการแพ้ท้อง อาจจะไม่ได้เกิดกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทุกคน แต่หาก
ท่านเป็นคนหนึ่ง ที่ต้องประสบกับอาการนี้ก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลไป เพราะอาการแพ้ท้อง
เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยเพียงแต่ต้องทำความเข้าใจรายละเอียดของอาการแพ้ท้องอย่างถ่องแท้
เกี่ยวกับ สาเหตุของการเกิดอาการแพ้ท้องว่าเกิดจากเหตุใด ลักษณะอาการแพ้ท้อง
ที่ปรากฏ ตลอดจนวิธีการป้องกันการเกิดอาการแพ้ท้อง ทั้งนี้สิ่งที่ควรทราบ คือ อาการ
แพ้ท้องไม่ทำให้เกิดอันตราย ต่อทารกในครรภ์แต่อย่างใด เพราะในช่วงแรกของการ
ตั้งครรภ์ทารกยังพึ่งอาหารจากคุณแม่น้อยมาก ส่วนใหญ่จะใช้อาหารที่สะสมในตัวทารก
เองแต่ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่จะสามารถปล่อยให้เป็น ไปตามธรรมชาติได้เพราะหาก
เกิดอาการแพ้มาก และเป็นระยะเวลานานๆ อาจจะส่งผลกระทบต่อร่างกายคุณแม่และ
ทารกในครรภ์ได้เช่นกัน แต่โดยปกติแล้วอาการดังกล่าวไม่ใช่อาการถาวร จะหายได้เอง
เมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่ 2 (ประมาณ 14 – 16 สัปดาห์) หลังจากผ่านพ้นระยะนี้
ี้ คุณแม่ก็คงจะรู้จักแต่คำว่า หม่ำ หม่ำ หม่ำ จนอาจจะรั้งไว้ไม่อยู่เป็นแน่
อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง เป็นภาวะที่เกิดได้กับว่าที่คุณแม่หลายๆท่านที่เริ่มตั้งครรภ์ โดยมาก
มักปรากฏอาการบ่อยในช่วงเช้า จึงมีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Morning Sickness แต่
อาการแพ้ท้องไม่ได้เป็นตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์กล่าวคือ ส่วนใหญ่มักจะปรากฏ
อาการในช่วง 2- 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์และโดยมากอาการมักจะค่อยๆดีขึ้นและ
หายไปเองในที่สุดเมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่ 2 (ประมาณ 14 -16 สัปดาห์ )
สาเหตุที่แน่นอนของการเกิดอาการแพ้ท้องนั้น ยังไม่มีใครทราบว่าเกิดจากอะไรแต่
ทางการแพทย์เชื่อว่า อาการแพ้ท้องน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนที่มี
ี ชื่อว่า HCG ( Human Chorionic Gonadotropin) ในร่างกาย หากว่าที่คุณแม่มีปริมาณ
ฮอร์โมน HCGในระดับสูงก็จะส่งผลให้เกิดอาการแพ้ท้องมากตามไปด้วย นอกจากนี้ภาวะ
จิตใจและอารมณ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการแพ้ท้องค่อนข้างมากเช่นกันคุณแม่ที่มีสภาพ
จิตใจและอารมณ์ที่อ่อนไหวง่าย มักจะมีอาการแพ้ท้องมากและรุนแรงกว่าคุณแม่ที่มีจิตใจ
เข้มแข็ง เนื่องจากคุณแม่ที่มีอารมณ์อ่อนไหวมักจะต้องการการดูแล เอาใจใส่จากคนรอบ
ข้างมากกว่าปกติ
ลักษณะอาการแพ้ท้อง ที่เกิดขึ้นมักเป็นอาการที่เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ได้เสแสร้ง เช่น
อาการวิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หน้ามืด คลื่นไส้ อาเจียน พะอืดพะอม เหม็นเบื่อสิ่งต่างๆ
น้ำหนักลด ปัสสาวะมี สีเข้ม บ้วนน้ำลายตลอดเวลา ฯลฯ

วิธีป้องกันอาการแพ้ท้อง มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายวิธีซึ่งแต่ละวิธีคงไม่ยากเกิน
ความสามารถของคุณแม่แต่ละท่านอย่างแน่นอน แต่วิธีป้องกันอาการแพ้ท้องที่ได้ผลดี
และสำคัญที่สุด คือ บุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกในครอบครัวต้องให้ความ
รักความเข้าใจ และเอาใจใส่ว่าที่คุณแม่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ว่าที่คุณแม่เกิดความรู้สึก
อบอุ่น ไม่ว้าเหว่ หรือรู้สึกว่าตนเองต้องตั้งครรภ์อย่างโดดเดี่ยว ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการ
แพ้ท้องให้น้อยลงได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามอาการแพ้ท้อง หายได้เองโดยไม่ต้อง
รับประทานยาให้วุ่นวาย เพียงแต่ว่าที่คุณแม่ลองปฏิบัติตาม 13 เคล็ดไม่ลับ ดังนี้
1. รับประทานอะไรก็ตาม ให้รับประทานในปริมาณน้อย แต่บ่อยครั้ง
2. ขณะรับประทานอาหารไม่ควรรับประทานแบบข้าวคำน้ำคำ เพราะจะทำให้รู้สึกอยากอาเจียน
3. ก่อนนอนพยายามรับประทานอะไรก็ได้ที่กระเพาะอาหารไม่ต้องทำงานหนัก เช่น
นมโยเกริ์ต ขนมปัง เพื่อป้องกันอาการแพ้ท้องหลังตื่นนอนตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
4. หลังจากตื่นนอน ไม่ควรรีบลุกพรวดพราด เพราะจะทำให้คลื่นไส้ได้ง่าย
•หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีเครื่องเทศ อาหารทอด เพราะอาหารประเภทนี้ย่อยยาก
•ไม่ควรแปรงฟันหลังรับประทานอาหารทันทเพราะแปรงสีฟันที่แหย่เข้าไปในปากอาจทำ
ให้รู้สึกอยากอาเจียนได้
5. พยายามอยู่ในบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ่ายเทสะดวก ไม่อับ
•หากกลิ่นของอาหารร้อนๆทำให้รู้สึกคลื่นไส้ ให้ลองเปลี่ยนมารับประทานอาหารเย็นๆ ดูบ้าง
•ดื่มเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว ส้ม. พยายามดื่มน้ำขิงดูบ้าง ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการ
แพ้ท้องได้บ้าง
6. พยายามอย่าเครียด หรือวิตกกังวลมากเกินไป
7. รับประทานวิตามิน และเกลือแร่โดยต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น
8. สมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะสามีต้องให้ความรัก และเอาใจใส่ว่าที่คุณแม่อย่างสม่ำเสมอ
หากปฏิบัติได้ทั้งหมด เชื่อว่าอาการแพ้ท้องของว่าที่คุณแม่คงจะไม่รุนแรงจนเกิดความ
รู้สึกไม่อยากตั้งครรภ์อีกเป็นครั้งที่ 2 เป็นแน่
อ่าน Tips คุณแม่มือใหม่ ทั้งหมด คลิกที่นี่ น๊ะจ๊ะ
กลับหน้าหลัก ผู้หญิง
อาการแพ้ท้องและวิธีแก้ไข
บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการยอดฮิต ระหว่างตั้งครรภ์่ คุยกับลูกในท้อง สัญญาณการตั้งครรภ์
|