women
 
women
beauty
HEALTH
love & sex
mom & baby
fashion
variry
 
kern100 เมนูฮิต
เมนูฮิต  เกมส
เมนูฮิต  ฟังเพลง
เมนูฮิต  ฟุตบอล
เมนูฮิต  ดูทีว
เมนูฮิต  ดารา
เมนูฮิต  ผู้หญิง
เมนูฮิต  ท่องเที่ยว
เมนูฮิต  รูป
เมนูฮิต  คลิป
เมนูฮิต  แม่และเด็ก
เมนูฮิต  เซ็กส์
เมนูฮิต  ความรัก
 
วิทยุ  Online
95 ลูกทุ่งมหานคร
97.5 Seed
89 Banana
103.0 Virgin Soft
103.5 FM One
104.25 มศว. เรดิโอ
104.5 Fat Radio
105.5 Eazy FM
106.5 GreenWave
107.0 Met 107 FM
 
 


 

ผลไม้ช่วยล้างพิษ
 

มุมมองที่ดี
 
   
   

              
                             กินดี ต้านโรคได้

          การกิน ไม่ใช่กินอย่างไรให้อร่อย แต่เน้นเรื่อง “ กินดี ” เพื่อต้านโรคเพราะเล็งเห็นว่า
คนยุคนี้มีโรคภัยมากมายเกาะกุมรุมเร้าอันมีสาเหตุมาจากอาหารการกิน ผู้ใหญ่และวัยรุ่นยุคนี้
ี้คุ้นเคยกับอาหารจานด่วนมากกว่าน้ำพริกผักจิ้ม ส่วนเด็กยุคใหม่เรียกได้ว่าโตมาจากนมผงและ
อาหารจานด่วนแถมดูอ้วนท้วนสมบูรณ์แก้มกลมแสนน่ารัก แต่อนาคตทำนายได้ยากว่าจะรอด
พ้นจากภัยโรคอ้วน เบาหวานความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดตีบ โรคมะเร็งได้แค่ไหน

          แล้วอาหารมีผลอย่างไรที่ทำให้เกิดโรคได้ ?

          เมื่ออาหารเข้าสู่ร่างกายของเราแล้วจะถูกย่อยเป็นโครงสร้างเล็กๆ เพื่อเข้าสู่กระบวน
การเผาผลาญหรือเมตาบอลิซึม ที่ทำให้เซลล์เล็กๆ ในร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้
ประโยชน์และเป็นพลังงานแต่เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารในสัดส่วนที่ไม่สมดุลเหมาะสมกับ
ความต้องการของร่างกาย ทำให้มีแนวโน้มของการได้รับสารอาหารบางประเภทมากเกินโดย
เฉพาะแป้งน้ำตาล และไขมัน ยกตัวอย่างเช่น แป้ง น้ำตาล ที่มักพบในอาหารจานด่วนและ
ขนมต่างๆเมื่อได้รับมากเกินไปจะทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลินเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยควบคุม
ระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และเมื่อมีปริมาณไม่เพียงพอ จะนำไปสู่การเป็นเบาหวานได้

           นอกจากนี้แป้งและน้ำตาลที่เหลือใช้จะเปลี่ยนเป็นไขมันและสะสมตามส่วนต่างๆ ของ
ร่างกายทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งเมื่อเกิดการสะสมมากขึ้นระบบการทำงานของร่างกาย จะเริ่ม
แปรปรวนและทำงานบกพร่องจนนำไปสู่โรคต่างๆ เช่นไขมันที่ไปเกาะอยู่ตามหลอดเลือด
จะทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น ปิดกั้นการไหลเวียนของเลือดจนอาจทำให้กล้าม
เนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือดไปเลี้ยง

          การป้องกันย่อมดีกว่าแก้ไข “ การกินดี เพื่อต้านโรค ”

           จึงต้องเริ่มจากการเลือกอาหารในแต่ละวันให้มีสัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสม ลดและ
เลี่ยงอาหารบางชนิด โดยมีหัวใจหลักดังนี้

     เลือกกินอาหารที่หลากหลาย

         

     เนื่องจากอาหารแต่ละชนิดจะมีองค์ประกอบของสารอาหารไม่เหมือนกัน โดยจะมีปริมาณ
ที่แตกต่างออกไปตามหมวดหมู่ของอาหาร เช่นส้มจะเป็นแหล่งของวิตามินซี แต่มีวิตามินบี 12
อยู่น้อย ในขณะที่ชีสจะมีปริมาณของวิตามินบี 12 อยู่มากกว่า การกินอาหารชนิดเดียวกันทุกๆ
วันจะทำให้ร่างกายได้สารอาหารที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะผู้ที่กิน
มังสวิรัติมีแนวโน้มที่จะขาดโปรตีน วิตามินบี แคลเซียม และธาตุเหล็กได้ง่าย จึงอาจจำเป็น
ต้องรับประทานวิตามิน หรืออาหารเสริม ในหนึ่งวันจึงควรเลือกอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่
ธัญพืช ผัก ผลไม้ นมเนื้อสัตว์ และถั่วตามปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละคน

     คุมปริมาณพลังงานและสัดส่วนสารอาหารในแต่ละวัน

     คุณควรเลือกกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ให้พลังงานต่ำ การหมั่นสังเกต
ฉลากแสดงปริมาณสารอาหารที่เป็นองค์ประกอบ ในอาหารนั้นๆจะทำให้เข้าใจและสามารถ
กำหนดสัดส่วนการกินใน แต่ละมื้อได้ดีขึ้น โดยเฉลี่ยพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน50% ควรมา
จาก กลุ่มคาร์โบไฮเดรต ซึ่งควรเน้นอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าว และธัญพืช
ต่างๆอาหารกลุ่มโปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ และถั่วต่างๆ ควรได้รับประมาณ 15% ส่วนที่เหลือ
35% มาจากไขมันชนิดดี หรือไขมันที่ไม่อิ่มตัว

     กินธัญพืช ผัก และผลไม้ เป็นหลัก

         

     อาหารจำพวกธัญพืช ผัก และผลไม้ นอกจากจะเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และ
คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีคุณค่าแล้ว ยังเป็นกลุ่มของอาหารที่มีไขมันต่ำมากทำให้อิ่มนาน
เพราะมีใยอาหารปริมาณสูง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนอกจากนี้ใยอาหาร
ซึ่งมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีจะช่วยในการขับถ่ายและดูดซึมสารพิษในลำไส้ โดยขับออกมาพร้อม
กับอุจจาระจึงช่วยป้องกันการสะสมของสารพิษ และลดอาการท้องผูก ริดสีดวงทวารและลด
อัตราเสี่ยงของมะเร็งที่ ลำไส้ใหญ่ได้

     เลือกกินแต่ไขมันชั้นดี

     ไขมันไม่ได้มีโทษไปเสียทุกชนิด ร่างกายยังต้องการไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงาน สร้าง
ความอบอุ่นช่วยในการทำงานของสมอง และเป็นองค์ประกอบของฮอร์โมนต่างๆ รวมทั้ง
ช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เคไขมันที่ดีคือไขมันที่ไม่อิ่มตัว มีมากในน้ำมันดอกทาน
ตะวัน น้ำมัน-ข้าวโพด น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคำฝอย และปลาทะเล ฯลฯ ส่วนไขมัน
ชนิดเลวคือไขมันอิ่มตัวจะทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในร่างกาย เพิ่มขึ้น อาจสะสมอุดตัน
ในเส้นเลือดน้ำมันชนิดนี้มักพบในกะทิ น้ำมัน-มะพร้าว น้ำมันปาล์ม ไขมันจากสัตว์ และนม
แต่ในเมื่อนมเป็นอาหารที่มีประโยชน์สูง คุณอาจเปลี่ยนมาดื่มนมไขมันต่ำแทนก็ได้

     ลดน้ำตาลลง

     อาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตซึ่งได้แก่แป้งและน้ำตาล เมื่อเข้าสู่ร่างกายและผ่านกระบวน
การย่อยจะได้กลูโคส ซึ่งก็คือน้ำตาลชนิดหนึ่ง กลูโคสเป็นสารที่ให้พลังงานกับร่างกายในขณะ
เดียวกันหากมีมากเกินไปจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม จึงไม่เป็นผลดีต่อผู้ที่ต้องการ ควบคุมน้ำหนัก
ตัวนอกจากนี้การมีน้ำตาลอยู่ในร่างกายปริมาณสูงจะ ทำให้การสร้างอินซูลินที่ช่วยรักษาระดับ
น้ำตาลในเลือดเสียสมดุลไป เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง
ขนมหวานหรือเครื่องดื่มที่มีรสหวานการเลือกกินข้าวกล้องที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจะทำ
ให้ร่างกายค่อยๆ สลายกลูโคสออกมาอย่างช้าๆจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้

     เลี่ยงรสเค็ม

     อาหารส่วนใหญ่มีเกลือโซเดียมเป็นองค์ประกอบในปริมาณสูง มีอยู่ในอาหารทั่วไปเกือบ
ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นซอสปรุงรส น้ำปลา ขนมกรุบกรอบ อาหารหมักดอง อาหารสำเร็จรูป
และอาหารที่มีรสเค็มทุกชนิดจึงเป็นไปได้ว่าเรามักจะได้รับโซเดียมเกินความต้องการของ
ร่างกายแม้ว่าโซเดียมจะมีประโยชน์ช่วยควบคุมปริมาณน้ำและความดัน-เลือดในร่างกาย แต่การได้รับโซเดียมมากเกินไปจะก่อให้เกิดโรคความดัน-โลหิตสูงได้ โดยในผู้ใหญ่แนะนำ
ว่าควรได้รับประมาณวันละไม่เกิน 1,100-3,300 มิลลิกรัม

     ระวังภัย 7 โรคร้าย ...ด้วยการกินให้ถูกวิธี
  
           
    

     ถ้าคุณเป็นคนกินไม่เลือก ตามใจลิ้นอยู่ร่ำไป เมื่อร่างกายที่อยู่ในภาวะโภชนาการไม่ดี
ไปนานๆก็อาจก่อให้เกิดปัญหาโรคเรื้อรังต่างๆ ขึ้นตามมาได้ ซึ่งโรคหลักๆ จากอาหารมีอยู่
ไม่มากตามที่เกริ่นไว้แต่ต้นดังนั้นถ้าสายเสียแล้วที่จะแก้ไข การเลือกวิธีโภชนบำบัด (diet
therapy)ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย เพื่อให้การรักษาได้ผลอย่าง
เต็มประสิทธิภาพ ร่วมไปกับการรักษาทางการแพทย์

     เป็นเบาหวานต้องคุมน้ำตาล

     โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เซลล์ต่างๆ ทำงานได้
น้อยลงรวมทั้งเกิดความผิดปกติในการเผาผลาญสารอาหารด้วย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
อย่างมาก เบาหวานสามารถควบคุมได้ด้วยการควบคุมอาหาร ซึ่งสำคัญมากกว่าการรักษาด้วย
ยาควรงดเว้นอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล ทุกชนิด จำกัดปริมาณผลไม้ และธัญพืชต่างๆ
รวมทั้งข้าวเพราะจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด รับประทานผักประเภทใบที่มีใยอาหารสูงให้
้มากขึ้นในปริมาณไม่จำกัด เช่น ผักบุ้ง ผักกาดขาวส่วนอาหารจำพวกโปรตีนยังสามารถกินได้
ปกติ แต่ควรระมัดระวังเรื่องน้ำหนักตัวเพราะจะส่งผลโดยตรงกับอาการของเบาหวาน การคุม
อาหารควรทำไปพร้อมไปกับการควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

     อาหารกับโรคหลอดเลือดแข็งและโคเลสเตอรอล

     ภาวะไขมันในเลือดสูงจะมีผลให้ไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือดจนขาดความยืดหยุ่น
และ อุดตันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ถ้าเกิดการอุดตันจะทำให้กล้าม
เนื้อหัวใจตาย(myocardial infarction) และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ไขมันที่พบว่าเกิดการสะสม
คือ โคเลสเตอรอลเพื่อความปลอดภัยองค์การอนามัยโลกได้เสนอให้ควบคุมปริมาณโคเลส
เตอรอล ในเลือดให้ต่ำกว่า 200มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร เมื่อโคเลสเตอรอลได้จาก
อาหาร การควบคุมโดยลดการกินไขมันอิ่มตัว เช่นไขมันจากสัตว์ ไข่แดง นม น้ำมันพืชบางชนิด
เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์มเพิ่มปริมาณอาหารที่มีใยอาหารให้มากขึ้น เช่น ผัก ผลไม้
ข้าวโอ๊ต เพราะใยอาหารจะจับกับโคเลสเตอรอลในลำไส้เล็กทำให้ถูกดูดซึมได้น้อยและจะถูก
ขับออกมาทางอุจจาระ นอกจากนี้ แหล่งไขมันที่ควรได้รับในแต่ละวันควรมาจากไขมันไม่อิ่มตัว
เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำข้าวอย่างน้อย 10-12% ของพลังงานทั้งหมด

     ควบคุมสัดส่วนอาหารต้านโรคอ้วน

     น้ำหนักตัวเกินมาตรฐานเกิดจากร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความต้องการ จึงเกิดการ
สะสมในรูปของไขมัน จนอาจทำให้การทำงานของร่างกายผิดปกติและเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ
ตามมา เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ข้ออักเสบ และระบบทางเดินหายใจการรักษาจะ
ต้องเริ่มจากสาเหตุ คือควบคุมปริมาณการกินอาหารให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม และออกกำลังกาย
ให้มากขึ้นในส่วนของอาหารนั้นจำเป็นต้องกินอาหารให้ครบทุกมื้อ แต่ลดพลังงานลงวันละ 500
แคลอรี จะสามารถ ลดน้ำหนักลงได้สัปดาห์ละ 1/2 กิโลกรัม เช่นเปลี่ยนจากกินข้าวมาเป็นผัก
ที่มีใยอาหารสูงเพื่อให้อิ่มนานขึ้น งดอาหารที่มีไขมันมาก เช่น เนื้อติดมัน อาหารทอด และงด
อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารทุกมื้อควรมีปริมาณโปรตีนที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ เช่น ถั่วชนิด
ต่างๆ แทนที่จะเป็นเนื้อสัตว์ที่มักจะมีไขมันสูง

     โปรตีนต่ำเพื่อพยุงโรคไต

     ไต ทำหน้าที่ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย แต่ส่วนใหญ่จากการเผาผลาญของโปรตีน
ดังนั้นอาหารที่ทำให้ไตต้องทำงานหนักมากขึ้นในการขับถ่ายของเสีย คือ โปรตีน โรคเกี่ยวกับ
ไตมีอยู่มากมายหลายชนิด แต่โดยสรุปก็คือทำให้ไตไม่สามารถทำหน้าที่อย่างปกติได้ หลักสำคัญ
ในการรักษาด้วยอาหารคือช่วยให้ไตทำงานน้อยลง เพื่อให้ไตได้มีโอกาสพักหรือฟื้นตัวและลด
การคั่งของของเสีย อาหารที่รับประทานควรจะมีปริมาณโปรตีนน้อย แต่เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง
เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ เพื่อนำไปช่วยเสริมสร้างทดแทนเนื้อเยื่อต่างๆ ที่สูญเสียไปแต่สำหรับผู้ที่
ี่เป็นไตวายเรื้อรังจะมีระดับฟอสเฟตในเลือดสูง จำเป็นต้องงดโปรตีนที่มาจากนม ถั่วเมล็ดแห้ง
ต่างๆ และไข่ เพราะเป็นอาหารที่มีปริมาณฟอสเฟตสูง เมื่อจำกัดปริมาณโปรตีนในอาหารแล้ว
พลังงานส่วนใหญ่ที่ได้รับจึงมาจากน้ำตาล ไขมัน และแป้งที่มีโปรตีนน้อย เช่น วุ้นเส้น แป้งมัน
ข้าวโพดมันสำปะหลัง วุ้น ลูกชิด สาคู เป็นต้น รวมทั้งจำกัดการได้รับโซเดียมโดยหลีกเลี่ยง
สารปรุงรสที่มีเกลือโซเดียมเป็นองค์ประกอบทั้งสิ้น

     โรคความดันโลหิตสูงต้องระวังเกลือ

     ความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากแรงดันภายในหลอดเลือดแดงสูง
ตลอดเวลา โดยแรงดันค่าสูงสุด (systolic blood pressure) และแรงดันค่าต่ำสุด
(diastolic blood pressure)มีค่าสูงกว่า 160/95 โรคความดันโลหิตสูงจะทำให้เกิดภาวะแทรก
ซ้อนต่างๆตามมามากมายคือหลอดเลือดแดง ไม่แข็งแรง เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวก โดยเฉพาะถ้า
เกิดขึ้นใน บริเวณอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจสมอง ไต หรือจอตา ก็จะส่งผลให้เกิดอันตรายหรือถึง
แก่ชีวิตได้ หลักการรักษาโรคความดันโลหิตสูงคือการควบคุมอาหาร การลดน้ำหนักลงให้อยู่ใน
เกณฑ์มาตรฐานและออกกำลังกายสม่ำเสมอ รวมทั้งหลีกเลี่ยงความเครียด การดื่มเหล้า และสูบ
บุหรี่ อาหารที่ควรจำกัดคืออาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมอยู่มากเพราะโซเดียมที่อยู่ในเกลือจะ
ทำหน้าที่ในการควบคุมสมดุลแรงดันของผนังเซลล์ และปริมาณน้ำในร่างกายอาหารที่มีเกลือ
โซเดียมมาก ได้แก่ น้ำปลา ซอสปรุงรสต่างๆ อาหารทะเล และยาบางชนิด

      นอกจากนี้ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันมาก เพราะจะ
ทำให้การควบคุมน้ำหนักเป็นไปได้ยาก โดยน้ำหนักที่เกินมาตรฐานจะทำให้หัวใจทำงานหนัก
มากขึ้นด้วย

     โรคเกาต์กับกรดยูริค

     โรคเกาต์เกิดจากการที่ร่างกายมีระดับกรดยูริค (uric acid) ในเลือดสูง ร่างกายได้รับกรด
ยูริคจากอาหารและจากการสังเคราะห์ขึ้นในร่างกายโดยการสลายตัวของเซลล์ต่างๆ โดยจะมี
ีอาการปวดที่เกิดจากการอักเสบของบริเวณที่มีการสะสมของกรดยูริค โดยเฉพาะบริเวณเนื้อ
เยื่อข้อต่อของกระดูก ทำให้ข้อกระดูกเสื่อม และกระดูกบริเวณนั้นผิดรูปได้ อาหารที่เหมาะสำหรับ
ผู้ที่เป็นโรคเกาต์จะต้องมีสัดส่วนของสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นแหล่ง
ของกรดยูริค เช่น เครื่องในสัตว์ ถั่วต่างๆ ไข่ปลา ชะอม กะปิ ปลาซาร์ดีนกระป๋อง สัตว์ปีก กุ้งชีแฮ้
หอยน้ำต้มกระดูก ซุปก้อน ปลาขนาดเล็ก เห็ด กระถิน ยีสต์ ปลาอินทรีย์ เป็นต้น ผู้ที่เป็นโรคเกาต์
ควรกินอาหารที่มีไขมันน้อยลงเพื่อให้น้ำหนักลดลงถ้ากินไขมันมากเกินไปจะทำให้ขับถ่ายกรดยูริค
ได้ไม่ดี แต่อย่างไรก็ดีไม่ควรได้รับอาหารที่มีพลังงานต่ำจนเกินไป เพราะร่างกายจะมีการสลาย
ไขมันจากเนื้อเยื่อออกมาใช้ ทำให้มีปริมาณกรดยูริคสะสมเพิ่มขึ้นและขับถ่ายออกจากร่างกาย
ลดลงน้ำตาลและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ควรงดเพราะมีผลต่อการขับถ่ายกรดยูริคด้วยเช่นกัน

     ระวังอาหารห่างไกลโรคมะเร็ง

     มะเร็ง (cancer) เป็นเนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตผิดปกติ โดยจะขยายเซลล์ไปทำลายเนื้อเยื่อ
ที่อยู่ใกล้เคียงรวมทั้งกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ด้วย พบว่าอัตราการเสียชีวิตของประชากรโลก
จากมะเร็งเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวกระตุ้น ได้แก่ มลพิษจากสภาพแวดล้อม
และอาหาร ข้อมูลต่างๆจากการศึกษาพบว่าพฤติกรรมการกินอาหารมีผลกับการเกิดโรคมะเร็ง
มากเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งจึงควรปฏิบัติดังนี้

• จำกัดอาหารที่มีปริมาณโคเลสเตอรอลสูงเนื่องจากพบว่ามะเร็งในลำไส้ใหญ่มักเกิดในกลุ่ม
ผู้ที่กินอาหารที่มีไขมันและโคเลสเตอรอลสูงเป็นเวลานานๆ

• หลีกเลี่ยงอาหารหมักดองหรือรมควันที่จะก่อให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร

• กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะผักที่มีสารซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็ง ได้แก่ อินดอล (indole)
อะโรมาติกไอโซไทโอไซยาเนต (aromatic isothiocyanate) ในดอกกะหล่ำม่วง บร็อคโคลี่
ีรวมทั้งผักและผลไม้ที่เป็นแหล่งของวิตามินซีและอี เช่น มะเขือเทศ ส้ม มะนาว จมูกข้าวสาลี
ดอกคำฝอยซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants)ที่จะช่วยลดการทำลาย
ของเนื้อเยื่อที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง

     สำหรับแนวทางการจัดอาหารสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง คือ ให้มีสารอาหารครบสัดส่วนตามที่
ร่างกายต้องการโดยอาจจำเป็นต้องแบ่งอาหารออกเป็นหลายมื้อ ดัดแปลงอาหารให้น่ากิน
รสชาติดี เนื่องจากความบกพร่องของระบบย่อยอาหารและปัญหาด้านจิตใจ ที่สำคัญควรเป็น
อาหารที่ปรุงสุก

     จะเห็นได้ว่าอาหารที่ดีนอกจากปรุงแต่งรสชาติได้อร่อยถูกใจแล้ว การเลือกสรรสารอาหาร
ให้ได้สัดส่วนและเหมาะสมกับแต่ละคนยังเป็นการป้องกันโรคได้ หรืออย่างน้อยการระวังในการ
กินสักหน่อยก็ทำให้คนเราอยู่กับโรคต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ลำบากมากนัก

      ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับอาหารที่คุณกินในแต่ละมื้อเพื่อการมีสุขภาพที่ดี
ี เพราะ  You Are What You Eat... ก็ยังคงเป็นจริงเสมอ


แหล่งข้อมูล : นิตยสาร - HealthToday

         
                                อ่านต่อ อ่าน Tip Health ทั้งหมด คลิกที่นี่ น๊ะจ๊ะ

                                              กลับหน้าหลัก ผู้หญิง  กลับหน้าหลัก ผู้หญิง