รู้ทันมะเร็งลำไส้ใหญ่
จากการเสียชีวิตของ ฟาราห์ ฟอว์เซ็ตต์ 1 ใน 3 นางฟ้าชาร์ลีรุ่นบุกเบิก ที่เสียชีวิตลงด้วย
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในวัย 62 ปี
เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อปี 2549 และเข้ารับการรักษาหลายครั้ง
แต่อาการไม่ดีขึ้นโรคมะเร็งได้ลามไปทั่วช่องท้องและตับ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเชื่อว่าสามารถต่อสู้จน
หายจากโรคมะเร็งแล้วแต่โรคก็กำเริบขึ้นอีกอย่างรวดเร็วพร้อมกับอาการที่รุนแรงกว่าเดิมจนเสียชีวิต
มะเร็งลำไส้ใหญ่มีอุบัติการณ์สูงขึ้นตามวัย แต่ก็สามารถรักษาให้หายได้ ถ้าแพทย์สามารถ
วินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะแรกโดยมีโอกาสหายสนิทหลังการผ่าตัดถึง 60-80% แต่กรณีของฟาราห์
ด้วยวัย 62 ปี การเป็นมะเร็งชนิดนี้ก็นับว่าร้ายแรงพอสมควร และเป็นไปได้ว่าตอนที่ตรวจพบโรค
อาจอยู่ในระยะที่ลุกลามไปมากแล้วจึงทำให้ยากแก่การรักษา
นพ.อภิชาต สุรเมธากุล อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี
ีให้ความรู้ว่าจากสถิติในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวอเมริกัน
เสียชีวิตปีละ 6 หมื่นคน และอัตราการเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ ตลอดชั่วชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 1 ต่อ 25 เมื่อ
30 ปีก่อน มาเป็น 1 ต่อ 20ในปัจจุบัน
ประเด็นสำคัญคือ โอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่จะเพิ่มขึ้นตามวัย โดยปกติจะพบน้อยในคนอายุ
ต่ำกว่า 40 ปี แต่โอกาสเสี่ยงจะเพิ่มเป็น 2 เท่าทันทีหลังอายุ 50 ปี ความเสี่ยงดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก
หากมีปัจจัยเสริม เช่นมีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือเป็นโรคเนื้องอกของลำไส้ใหญ่ชนิด
Familial Polyposisมีประวัติเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือผู้ที่ชอบกินอาหารที่อุดมด้วยไขมันและ
มีเส้นใยอาหารต่ำ เป็นต้น
มะเร็งทวารหนักคืออะไร
นพ.ยศพร โสภณธนะสิริ แพทย์ทางอายุรกรรม ทางเดินอาหาร โรงพยาบาลสมิติเวช กล่าวว่า
คือมะเร็งที่เกิดบริเวณลำไส้ส่วนปลาย โดยลำไส้ของคนเราต่อตรงจากปากถึงก้นและมีการกั้นเป็นระยะ
ทวารหนัก คือ ส่วนหนึ่งของลำไส้ใหญ่ตอนปลายเราเรียกทวารหนัก มะเร็งส่วนปลายส่วนลำไส้ใหญ่จึง
เรียก “มะเร็งทวารหนัก”ซึ่งสาเหตุของการเกิดมะเร็งในลำไส้จึงเป็นสาเหตุเดียวกันกับมะเร็งทวารหนัก
ด้วยเช่นกัน
เพื่อการรู้เท่าทันมะเร็งลำไส้ใหญ่ แพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร ได้แนะนำให้พึงสังเกตอาการ
เบื้องต้นเหล่านี้คือมีเลือดออกทางทวารหนัก อุปนิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป เช่น เคยท้องผูกกลับถ่าย
เหลวบ่อยๆเคยถ่ายปกติกลับท้องผูก มีอาการปวดมวนในท้องหรือปวดท้องบ่อยๆ โลหิตจาง หรือน้ำหนัก
ลด โดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น
สิ่งสำคัญที่พึงตระหนักไว้คือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ จะเริ่มมีอาการ
ต่อเมื่อโรคมีการพัฒนาระดับหนึ่งแล้ว แต่หากรอจนมีอาการดังกล่าวข้างต้น อาจหมายถึงก้อนมะเร็ง ที่มี
ีขนาดใหญ่มาก หรือมีการลุกลามเกิดขึ้น ดังนั้นในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น อายุมากหรือมีอาการที่สงสัย
จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากการตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยเพิ่ม
โอกาสในการรักษาให้หายขาดได้
ตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่

นักวิจัยทางการแพทย์ พยายามคิดค้นวิธีการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ที่สะดวกและให้ผล
ละเอียดแม่นยำเพื่อผลการรักษาที่ดีขึ้น ในปัจจุบันมีหลายวิธี แต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน
ดังนี้
1.การใช้นิ้วมือตรวจบริเวณทวารหนัก เป็นการตรวจเบื้องต้น โดยแพทย์จะสวมถุงมือทาสาร
หล่อลื่นและสอดนิ้วชี้ผ่านเข้าไปทางรูทวารหนัก เพื่อตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก จัด
เป็นวิธีที่ง่าย สะดวกและไม่เจ็บ สามารถทำได้ที่ห้องตรวจของหมอทั่วไปแต่ข้อจำกัดคือสามารถ
ตรวจได้้เฉพาะบริเวณทวารหนักและลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเท่านั้น
2.การตรวจหาเลือดในอุจจาระ ปกติอุจจาระที่เราขับถ่ายจะไม่มีเลือดปนอยู่ แต่ถ้าเป็นมะเร็ง
ลำไส้ใหญ่อาจพบหยดเลือดออกมาจากเนื้อร้ายซึ่งเลือดเพียงนิดเดียวเวลาปนเปื้อนมาในอุจจาระ
จะสามารถตรวจพบได้ ข้อดีของวิธีนี้คือทำง่ายไม่แพง ไม่เจ็บแต่มีความผิดพลาดในการวินิจฉัยได้
้ระดับหนึ่ง
3.การส่องกล้องตรวจทวารหนัก
เนื่องจากมะเร็งของลำไส้ใหญ่ส่วนหนึ่งอาจเป็นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายต่อเนื่องถึง
ทวารหนักการใช้กล้องส่องตรวจทวารหนักแบบสั้นซึ่งมีความยาว 25 ซม. ส่องดูผนังทวารหนักซึ่ง
จะวินิจฉัยเนื้องอกโพลิปและมะเร็งขนาด 1 ซม. ขึ้นไป ได้ผลแม่นยำกว่า 95% แต่สามารถตรวจได้
้เพียง 25ซม.ของลำไส้้ใหญ่ วิธีนี้มีความแม่นยำในการวินิจฉัย และในหลายกรณีสามารถทำการผ่า
ตัดเนื้องอกหรือเนื้อร้ายออกได้เลย ต่อมามีการประดิษฐ์กล้องส่องตรวจที่ยาวขึ้น และเป็นกล้องงอ
ได้ยาวประมาณ 60 ซม.ทำให้สามารถส่องดูลำไส้ใหญ่ได้ยาวขึ้นแต่ยังมีข้อจำกัดคล้ายกล้องส่อง
ที่สั้นกว่าคือยังดูได้ไม่ทั่วลำไส้ใหญ่
4.การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นวิธีการมาตรฐานในปัจจุบันแพทย์จะใช้
กล้องพิเศษซึ่งเป็นท่อยาวขนาดเล็กสอดผ่านทวารหนักเพื่อผ่านเข้าไปในลำไส้ใหญ่ ทำให้
้แพทย์สามารถเห็นรายละเอียดต่างๆตลอดทั้งลำไส้ใหญ่ได้ มีข้อดีที่หากพบความผิดปกติ เช่น
ติ่งเนื้อ เนื้องอกหรือเนื้อผิดปกติอื่นที่ยังแยกได้ไม่ชัดเจน แพทย์สามารถทำการตัดชิ้นเนื้อ หรือ
ติ่งเนื้อนั้นออกมาตรวจได้โดยตรงซึ่งในกรณีที่เป็นติ่งเนื้อหรือเนื้องอก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็ง
หลังจากตัดออกผ่านกล้องแล้ว โรคก็จะหายสนิทโดยไม่ต้องผ่าตัดซ้ำ หรือหากพบเป็นเนื้อที่
ผิดปกติ การส่งชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยาถือเป็นวิธีการตรวจยืนยันมะเร็งที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
5.การถ่ายภาพรังสีของลำไส้ใหญ่ โดยการสวนแป้งเข้าไปฉาบลำไส้ใหญ่แล้วถ่ายภาพ
เอกซเรย์เรียกว่า “แบเรียมเอเนมา” ใช้เวลาตรวจประมาณ 30 นาที ซึ่งอาจสวนแป้งแบเรียมร่วม
กับลมเข้าไปด้วยเรียกว่า Double ContrastBarium Enema ช่วยวินิจฉัยให้แม่นยำขึ้น
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ผู้รับการตรวจต้องสัมผัสรังสีและเมื่อตรวจพบเนื้องอกก็ต้องไปส่องกล้อง
ตรวจซ้ำเพื่อตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ วิธีนี้มีข้อดีคือสามารถตรวจลำไส้ใหญ่ได้ทั้งหมด แม่นยำพอสมควร
และมีความปลอดภัย
เนื่องจากมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่ค่อยเป็นค่อยไป จึงอาจมีโรคแฝงอยู่โดยไม่มีอาการ
แสดง อยู่เป็นปี แต่ถ้าโชคดีตรวจพบได้แต่เนิ่นๆ อาจทำให้รักษาหายขาดได้ ดังนั้น ในกรณีที่มี
อายุ เกิน 50 ปีแล้วการตรวจร่างกายประจำปีเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสมาชิกใน
ครอบครัวคนใดคนหนึ่งเป็นโรคนี้ด้วยแล้วควรระมัดระวังให้มากขึ้น และเข้ารับการตรวจคัดกรอง
ดังแนวทางข้างต้น
สาเหตุของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่

สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียวเนื่องจากมะเร็งเกือบทุกชนิด
ในโลกมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งทวารหนักนั้นจะพบ
ว่ามี 2 ปัจจัยหลักดังนี้
1.ปัจจัยภายนอก เช่น การกินอาหารที่มีกากใยน้อย อาหารที่มีไขมันสูงถ้ากินเป็นเวลา
นานอาจเกิดความเสี่ยงกับการเป็นมะเร็ง และจากผลการวิจัยยังพบว่าผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมากก็มี
ความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งทวารหนักด้วยเช่นกัน
2.ปัจจัยภายใน เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ครอบครัว
ไม่มีประวัติจะไม่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง จากการวิจัยพบว่ามีโรคลำไส้บางชนิดที่เป็นสาเหตุ
ที่ก่อให้เกิดมะเร็งทวารหนัก เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังโรคเนื้องอกของลำไส้บางชนิดที่ถ่ายทอด
ทางพันธุกรรม
อาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าเป็นมะเร็งทวารหนัก ถ้ารอจนกว่าจะมีอาการให้เห็นก็อาจสายเกิน
แก้ไข โดยมากมักจะเป็นระยะค่อนข้างสุดท้าย โดยอาการที่พบได้เริ่มต้น คือ ถ่ายเป็นเลือดถ่ายไม่
สุด ถ่ายยากอุจจาระมีขนาดเล็ก น้ำหนักลด มีอาการซีด ดังนั้น ถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงแพทย์แนะนำให้
้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้
คำแนะนำ
1.ไม่มีสารเคมีหรือยาอะไรที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ ดังนั้นไม่ควรเชื่อหรือตกเป็นเหยื่อ
ของการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเสริม หรือการทำดีทอกซ์ลำไส้ใหญ่
เพราะนอกจากจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้วยังมีความเสี่ยงต่อผลแทรกซ้อนจากสารเคมี
ีบางชนิดในอาหารเสริมบางตัว เช่น การเกิดตับอักเสบ
2.การทำดีทอกซ์มีความเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดการอักเสบหรือการแตกของลำไส้ใหญ่
ซึ่งเมื่อเทียบกับผลดีกับผลเสียที่ได้รับนั้นไม่มีความคุ้มค่า เพราะไม่มีข้อพิสูจน์ถึงประโยชน
์ชัดเจนที่ได้รับจากการดีทอกซ์
3.หากการกินอาหารเสริมและการทำดีทอกซ์ได้ผลดีจริง รัฐบาลเองคงออกนโยบาย
ให้ประชาชนกินอาหารเสริมและทำดีทอกซ์ เพราะค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเสียเงินรักษาโรค
มะเร็งหลายเท่า
ชีวิตห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่
1.การเลือกกินอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ เช่น ผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหาร
ไขมันสูงการควบคุมไม่ให้น้ำหนักเกินมาตรฐานเกินไป
2.ควรรับการตรวจหามะเร็งในระยะเริ่มต้น ด้วยการส่องกล้องในผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
เช่น ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก
มะเร็งท่อทางเดินน้ำดี มะเร็งตับอ่อนและมะเร็งในระบบทางเดินอาหารทั้งหมด ผู้ที่มีอายุ 50 ปี
ีขึ้นไป(ข้อแนะนำในประเทศสหรัฐอเมริกา)รวมถึงผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
ต่อเนื่องมายาวนาน
3.ผู้ที่มีประวัติครอบครัวมีเนื้องอกที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางประเภทก็จำเป็นต้อง
ได้รับการคัดกรองโรคมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย
อ่าน Tip Health ทั้งหมด คลิกที่นี่ น๊ะจ๊ะ
กลับหน้าหลัก ผู้หญิง |