>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>100
..101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130

www.kern100.com

เมนูด่วน ผลบอล เกมส์ ฟังเพลง ดูดวง แต่งงาน ฟังวิทยุ การ์ตูน Dictionary Wallpaper ท่องเที่ยว ดาวน์โหลดฟรี สารบัญเว๊บ สุขภาพ ข่าว ทีวีออนไลน์
ค้นหาข้อมูลทั่วโลก GoogleCustom Search
 

ผลไม้ค้างคืน มีสารต้านอนุมูลอิสระ มากกว่า ผลไม้สด อีกนะ

หากคราวหน้าคุณคิดจะปาสตรอเบอรี่หรือองุ่นค้างคืน

ทิ้งละก็อย่าเพิ่งนะคะ เพราะนักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียม

เพิ่งรายงานมาว่า ผักและผลไม้เหล่านี้ยังคงมีสารต้าน

อนุมูลอิสระอยู่อีกหลายวันหลัง จากที่เราซื้อมา

บางชนิดแม้เราจะเห็นว่าใกล้เสียแล้ว ก็ยังมีคุณค่าอยู่

แถมบางชนิดยิ่งเก่าเท่าไรยิ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

มากเท่านั้นคะ



.....อายุของผักและผลไม้นั้นเราอาจสังเกตได้จากรูปร่างลักษณะภายนอก
แต่ผักผลไม้อายุมาก ที่เราพยายามจะเขวี้ยงทิ้งกลับมีประโยชน์อย่างไม่

น่าเชื่อเลยคะ คำว่ามีประโยชน์ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่ามีรสชาติอร่อย หรือมีคุณค่าทางโภชนาการสูงนะคะแต่หมายความว่ามันมีสารต้าน-

อนุมูลอิสระสูง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางพันธุกรรมเทคโนโลยี

และสิ่งแวดล้อม นักวิจัยกล่าวว่า ยังไม่มีการศึกษาใดที่ให้ความสำคัญ

กับรูปแบบการเก็บ ต่อระดับสารต้านอนุมูลอิสระ Claire Kevers

และคณะได้สรรหาผักผลไม้หลายชนิดจากตลาดเบลเยียมมาทดสอบ

ระดับสารต้านอนุมูลอิสระ ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป หลังจากเก็บ

ไว้ที่อุณหภูมิห้องหรืออุณหภูมิ 37 องศาฟาเรนไฮต์ในตู้เย็น จนกระทั่ง

ผักผลไม้นั้นๆ จะเริ่มเน่าผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า หลังจากทิ้งผัก

ผลไม้ที่ซื้อจากตลาดไว้หลายวัน ผักผลไม้เหล่านั้น ยังคงมีสารประกอบ

จำพวกฟีนอล กรดแอสคอร์บิกและเฟลโวนอล สารเคมีทั้งสามที่ว่านี้

เกี่ยวข้องกับระดับสารต้านอนุมูลอิสระ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่เพิ่มขึ้นหลังจากวันที่ซื้อมานั้นเกิดจาก

การเพิ่มขึ้นของสารประกอบเหล่านี้คะ สรุปว่าผักและผลไม้ที่ค้างคืน

แม้จะดูไม่น่าทานแต่ก็มีประโยชน์อยู่นะคะ ไม่จำเป็นต้องรีบทิ้งหรอกคะ
การศึกษาชิ้นนี้มีชื่อว่า "Evolution of Antioxidant Capacity during Storage

of Selected Fruits and Vegetables" ตีพิมพ์ในวารสาร

Agricultural and Food Chemistry

ฉบับวันที่ 17 ต.ค. คะ