ระบบการ ทำงานของ
อวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายจะค่อย ๆ ขับเคลื่อนการ
เวลา 07 - 10 นาฬิกา เวลาอาหารเช้า ระบบของอวัยวะทั่วทุกส่วน
เริ่มตื่นสู่การทำงานร่างกาย
ต้องการอาหารเช้าที่ดีและมีคุณค่าทาง
โภชนาการ โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายได้รับเข้าไปจะ
ถูกเผาผลาญให้กลายเป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว หากรับประทานยาแก้ปวด
ในช่วงหลังอาหารเช้า
ยาก็จะออกฤทธิ์ระงับปวดได้ดี คุณผู้หญิงที่ป่วย
เป็นมะเร็งที่มดลูก หากได้รับประทานยารักษาโรคดังกล่าว
ในช่วงเวลานี้ โอกาสที่จะช่วยระงับยับยั้งโรคก็จะเพิ่มสูงขึ้น
หลอดเลือดหดแคบลง ดังนั้นเวลาออก
กำลังกายตอนเช้า ๆ ก็อย่าหักโหม
มากนัก เพราะอาจทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ทันจนถึงขั้นหัวใจวายได้ แต่สำหรับบางคนก็อาจไม่เกิดอาการเช่นนั้นก็เป็นได้ ต้องคอยสังเกตตัวเอง
ส่วนคนที่สูบบุหรี่ หากงดสูบมวนแรกของวันนี้เสียได้ก็จะดีมาก
เวลา 10 - 12 นาฬิกา พละกำลังเต็มเปี่ยม ในช่วงเวลานี้ของแต่ละวัน
ประสิทธิภาพการทำงานของ
ร่างกายและจิตใจจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลา 11 โมงเช้า จะเป็นเวลาที่ดีที่
สุดของระบบ
การทำงานของหัวใจและไหลเวียนของโลหิต ความสามาถในการเรียนรู้ ทางด้านการคิดและการพูดจะมีความคล่องแคล่วว่องไวอย่างล้นเหลือ เราจะรู้สึกมีสมาธิและมีความคิดสร้างสรรค์ มากเป็นพิเศษ ส่วนใครที่มี
งานสำคัญหรือการสอบที่ต้องทำในช่วงเวลานี้ผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะออกมาดี
เวลา 12 - 14 นาฬิกา เวลาพักกลางวัน หลังจากช่วงเวลาแห่งจุดสูงสุด
ผ่านพ้นไปก็ได้เวลาที่ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายจะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งก็พอดีกับเวลาที่เราจะต้องรับประทานอาหารกลาง
วันเพื่อเติมพลังงานให้แก่ตัวเองอีกครั้งและในช่วงที่ร่างกายกำลังย่อยอาหาร
ให้กลายเป็นพลังงานอยู่นี้
หากได้งีบหลับสัก 15 นาที หรือออกไปเดินเล่นสักพัก
ในที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง ก็จะช่วยให้การไหลเวีย
นของโลหิตดีขึ้น หากใครไม่มีโอกาสได้พักหลังอาหารมื้อเที่ยงด้วยกิจกรรมดังกล่าว
นั้นเลยช่วงบ่ายของ
เขาก็อาจจะเข้าถึงสมาธิได้ยาก
เวลา 14 - 17 นาฬิกา ช่วงอึดต่อความเจ็บ ในช่วงเวลานี้ประสิทธิภาพ
ของร่างกายจะกลับฟื้นคืนขึ้นมาใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปได้สักประมาณตอน
บ่ายสามโมงผิวพรรณของเรา จะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงเพิ่มมากขึ้นและมีเหงื่อ
ออกง่ายกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ หากมีนัดกับหมอเพื่อทำฟันในช่วงเวลานี้จะดี
เพราะว่าจะรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ เนื่องจากเป็นเวลาที่
ฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินหลั่งออกมามาก จึง
สามารถช่วยกดความรู้สึก
เจ็บปวดเอาไว้ได้ นอกจากนั้น ช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด
สำหรับออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ป่วย
ที่ต้องการการบำบัดทางกายภาพอีกด้วย
เวลา 17 - 20 นาฬิกา ช่วงเวลาสบายๆ ความกระตือรือร้นของระบบ
ทำงานภายในร่างกายจะค่อย
ๆ ถดถอยลง อีกทั้งอุณหภูมิความร้อนภายใน
กายก็จะลดลงด้วย ประมาณเวลา 17 นาฬิกาประสาทรับ
รู้กลิ่นและรสชาติ
ของอาหารจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสุงสุดปฎิกิริยาต่อความเครียดจะ
ไม่ค่อยมี
และสำหรับผู้ป่วยด้วยโรคกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป
โรคปวดข้อหรือโรคภูมิแพ้ เวลา 19 นาฬิกาจะเป็นเวลาซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่ง
ต่อการรับประทานยาเพื่อบำบัดรักษาอาการของโรคดังกล่าว
เวลา 20 - 22 นาฬิกา เวลาแห่งความรู้สึก ในช่วงเวลานี้ปฏิกิริยาของ
ร่างกายอาจมีความไวต่อสิ่ง
เร้าอีกทั้งประสาทสัมผัสยังเปิดรับรสสัมผัสที่
อ่อนโยนเสียงเพลงที่แว่วหวานและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่มา
ปลุกเร้าอารมณ์ได้ดี
ยิ่งกว่า ในช่วงเวลาอื่น ๆ นอกจากนั้นการได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ใน
ช่วงนี้ก็จะช่วยก่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ควรดื่มเกินกว่า
1 แก้ว แค่พอหอมปากหอมคอ
เพื่อให้คืนนี้สามารถหลับได้อย่างมีความสุข
เวลา 22 - 01 นาฬิกา ได้เวลาเข้านอน นับเป็นช่วงเวลาที่ไม่สมควร
เป็นอย่างยิ่งที่จะเรียกน้ำย่อยในกระเพาะให้หลั่งออกมาอีกด้วยการ
รับประทานอาหารใด ๆ ทั้งนี้เพราะการทำงานของอวัยวะต่าง
ๆ ทั่วร่างกายกำลังจะเข้าสู่ความสงบนิ่งหลังจากที่ได้ทำงาน
จนอ่อนล้ามาตลอดทั้งวันแล้ว ฉะนั้นช่วง
เวลานี้จึงเป็นเวลาดีที่จะเข้านอน อย่างไรก็ตามระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะยังไม่เข้านอนตามไปด้ว
ย แต่จะทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งต่อไป ด้วยเหตุนี้เชื้อโรค ของเสียและ
สารพิษจะถูกจัดการลำเลียง
ไปทำลายทิ้งที่ตับ และทุก ๆ ค่ำคืนเซลล์เนื้อเยื่อ
และเซลล์ผิวต่างๆ ก็จะถูกซ่อมแซมให้กลับฟื้นตัวแข็งแ
รงขึ้นหรืออาจมี
การสร้างเสริมขึ้นใหม่
เวลา 01 - 05 นาฬิกา ช่วงนิทราสนิท หนึ่งชั่วโมงหลังเที่ยงคืนเป็น
ช่วงเวลาแห่งการหลับลึกที่แสนสุข
ของผู้ที่สามารถทำตามตารางแห่งสุขภาพ
ที่สาธยายมานี้ได้สำเร็จและในช่วงนี้นี่เองเป็นเวลาที่มนุษย์
เราจะฝันซึ่งคืนหนึ่ง ๆ
อาจฝันได้ ถึงสองสามครั้ง แต่ไม่เสมอไปที่เราจะสามารถ จดจำความฝันได้ใน
ทุกครั้งหรือทุกเรื่อง นอกจากนั้นการทำหน้าที่ของตับใน การขจัดสารพิษ
อย่างเช่น แอลกอฮอล์ ก็จะมาถึง
จุดสูงสุด และสำหรับใครบางคนที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด ช่วงเวลานี้ก็จะ
มีอันตรายสูงสุดเช่นกันเพราะ
80% ของผู้ป่วยอาการจะกำเริบในช่วงนี้ ฉะนั้นจะต้องตระเตรียมสเปรย์หรือยาฉีดขยายหลอดลมเอา
ไว้ใกล้ ๆ ตัว จะได้หยิบฉวยทันท่วงที พอใกล้รุ่งเช้าเส้นเลือดใต้ผิวก็เริ่ม
จะหดตัวลงอีกครั้ง อุณหภูมิใน
ร่างกายเพิ่มสูงขึ้น และแล้วกลไกการ
ทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายจะค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาทำงาน
ต้อนรับเช้าวันใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน