>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>100
..101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130

www.kern100.com

เมนูด่วน ผลบอล เกมส์ ฟังเพลง ดูดวง แต่งงาน ฟังวิทยุ การ์ตูน Dictionary Wallpaper ท่องเที่ยว ดาวน์โหลดฟรี สารบัญเว๊บ สุขภาพ ข่าว ทีวีออนไลน์
ค้นหาข้อมูลทั่วโลก GoogleCustom Search
 

ตารางเวลาสุขภาพ

เชื่อมั้ยคะว่าร่างกายคนเราก็มีตารางเวลาการทำงานนะคะ ลองมาดูกันค่ะว่าร่างกายของเราทำอะไรบ้างในแต่ละวัน

เวลา 05 - 07 นาฬิกา ได้เวลาตื่นนอน ในช่วงเวลาที่ร่างกายจะตื่นนอน

ระบบการ ทำงานของ อวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายจะค่อย ๆ ขับเคลื่อนการ

ทำงานขึ้นทีละน้อย หลอดเลือดหดตัวแคบลง หัวใจเต้นเร็วขึ้น

ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นฮอร์โมนหลายชนิดทั่วร่างกายจะหลั่งออกมา

ซึ่งหนึ่งในนั้นมีฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายมีอารมณ์ทางเพศรวมอยู่ด้วย

ใครที่ยังมัวแต่นอนขี้เกียจอยู่กับที่นอนในตอนนี้ เท่ากับทำให้ระบบ

ของร่างกายที่ปกติจะดำเนินไปตามเวลาทำงานผิดพลาดตั้งแต่จุดเริ่มต้น

ของวันใหม่ และสูญเสียความตื่นตัวไปตลอดทั้งวัน

เวลา 07 - 10 นาฬิกา เวลาอาหารเช้า ระบบของอวัยวะทั่วทุกส่วน

เริ่มตื่นสู่การทำงานร่างกาย ต้องการอาหารเช้าที่ดีและมีคุณค่าทาง

โภชนาการ โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายได้รับเข้าไปจะ
ถูกเผาผลาญให้กลายเป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว หากรับประทานยาแก้ปวด

ในช่วงหลังอาหารเช้า ยาก็จะออกฤทธิ์ระงับปวดได้ดี คุณผู้หญิงที่ป่วย

เป็นมะเร็งที่มดลูก หากได้รับประทานยารักษาโรคดังกล่าว
ในช่วงเวลานี้ โอกาสที่จะช่วยระงับยับยั้งโรคก็จะเพิ่มสูงขึ้น

หลอดเลือดหดแคบลง ดังนั้นเวลาออก กำลังกายตอนเช้า ๆ ก็อย่าหักโหม

มากนัก เพราะอาจทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ทันจนถึงขั้นหัวใจวายได้ แต่สำหรับบางคนก็อาจไม่เกิดอาการเช่นนั้นก็เป็นได้ ต้องคอยสังเกตตัวเอง

ส่วนคนที่สูบบุหรี่ หากงดสูบมวนแรกของวันนี้เสียได้ก็จะดีมาก



เวลา 10 - 12 นาฬิกา พละกำลังเต็มเปี่ยม ในช่วงเวลานี้ของแต่ละวัน

ประสิทธิภาพการทำงานของ ร่างกายและจิตใจจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลา 11 โมงเช้า จะเป็นเวลาที่ดีที่ สุดของระบบ

การทำงานของหัวใจและไหลเวียนของโลหิต ความสามาถในการเรียนรู้ ทางด้านการคิดและการพูดจะมีความคล่องแคล่วว่องไวอย่างล้นเหลือ เราจะรู้สึกมีสมาธิและมีความคิดสร้างสรรค์ มากเป็นพิเศษ ส่วนใครที่มี

งานสำคัญหรือการสอบที่ต้องทำในช่วงเวลานี้ผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะออกมาดี


เวลา 12 - 14 นาฬิกา เวลาพักกลางวัน หลังจากช่วงเวลาแห่งจุดสูงสุด

ผ่านพ้นไปก็ได้เวลาที่ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายจะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งก็พอดีกับเวลาที่เราจะต้องรับประทานอาหารกลาง วันเพื่อเติมพลังงานให้แก่ตัวเองอีกครั้งและในช่วงที่ร่างกายกำลังย่อยอาหาร

ให้กลายเป็นพลังงานอยู่นี้ หากได้งีบหลับสัก 15 นาที หรือออกไปเดินเล่นสักพัก

ในที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง ก็จะช่วยให้การไหลเวีย นของโลหิตดีขึ้น หากใครไม่มีโอกาสได้พักหลังอาหารมื้อเที่ยงด้วยกิจกรรมดังกล่าว

นั้นเลยช่วงบ่ายของ เขาก็อาจจะเข้าถึงสมาธิได้ยาก


เวลา 14 - 17 นาฬิกา ช่วงอึดต่อความเจ็บ ในช่วงเวลานี้ประสิทธิภาพ

ของร่างกายจะกลับฟื้นคืนขึ้นมาใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปได้สักประมาณตอน

บ่ายสามโมงผิวพรรณของเรา จะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงเพิ่มมากขึ้นและมีเหงื่อ

ออกง่ายกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ หากมีนัดกับหมอเพื่อทำฟันในช่วงเวลานี้จะดี

เพราะว่าจะรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ เนื่องจากเป็นเวลาที่

ฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินหลั่งออกมามาก จึง สามารถช่วยกดความรู้สึก

เจ็บปวดเอาไว้ได้ นอกจากนั้น ช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

สำหรับออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ป่วย

ที่ต้องการการบำบัดทางกายภาพอีกด้วย



เวลา 17 - 20 นาฬิกา ช่วงเวลาสบายๆ ความกระตือรือร้นของระบบ

ทำงานภายในร่างกายจะค่อย ๆ ถดถอยลง อีกทั้งอุณหภูมิความร้อนภายใน

กายก็จะลดลงด้วย ประมาณเวลา 17 นาฬิกาประสาทรับ รู้กลิ่นและรสชาติ

ของอาหารจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสุงสุดปฎิกิริยาต่อความเครียดจะ

ไม่ค่อยมี และสำหรับผู้ป่วยด้วยโรคกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป

โรคปวดข้อหรือโรคภูมิแพ้ เวลา 19 นาฬิกาจะเป็นเวลาซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่ง

ต่อการรับประทานยาเพื่อบำบัดรักษาอาการของโรคดังกล่าว



เวลา 20 - 22 นาฬิกา เวลาแห่งความรู้สึก ในช่วงเวลานี้ปฏิกิริยาของ

ร่างกายอาจมีความไวต่อสิ่ง เร้าอีกทั้งประสาทสัมผัสยังเปิดรับรสสัมผัสที่

อ่อนโยนเสียงเพลงที่แว่วหวานและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่มา ปลุกเร้าอารมณ์ได้ดี

ยิ่งกว่า ในช่วงเวลาอื่น ๆ นอกจากนั้นการได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ใน

ช่วงนี้ก็จะช่วยก่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ควรดื่มเกินกว่า

1 แก้ว แค่พอหอมปากหอมคอ เพื่อให้คืนนี้สามารถหลับได้อย่างมีความสุข



เวลา 22 - 01 นาฬิกา ได้เวลาเข้านอน นับเป็นช่วงเวลาที่ไม่สมควร

เป็นอย่างยิ่งที่จะเรียกน้ำย่อยในกระเพาะให้หลั่งออกมาอีกด้วยการ

รับประทานอาหารใด ๆ ทั้งนี้เพราะการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายกำลังจะเข้าสู่ความสงบนิ่งหลังจากที่ได้ทำงาน

จนอ่อนล้ามาตลอดทั้งวันแล้ว ฉะนั้นช่วง เวลานี้จึงเป็นเวลาดีที่จะเข้านอน อย่างไรก็ตามระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะยังไม่เข้านอนตามไปด้ว
ย แต่จะทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งต่อไป ด้วยเหตุนี้เชื้อโรค ของเสียและ

สารพิษจะถูกจัดการลำเลียง ไปทำลายทิ้งที่ตับ และทุก ๆ ค่ำคืนเซลล์เนื้อเยื่อ

และเซลล์ผิวต่างๆ ก็จะถูกซ่อมแซมให้กลับฟื้นตัวแข็งแ รงขึ้นหรืออาจมี

การสร้างเสริมขึ้นใหม่



เวลา 01 - 05 นาฬิกา ช่วงนิทราสนิท หนึ่งชั่วโมงหลังเที่ยงคืนเป็น

ช่วงเวลาแห่งการหลับลึกที่แสนสุข ของผู้ที่สามารถทำตามตารางแห่งสุขภาพ

ที่สาธยายมานี้ได้สำเร็จและในช่วงนี้นี่เองเป็นเวลาที่มนุษย์ เราจะฝันซึ่งคืนหนึ่ง ๆ

อาจฝันได้ ถึงสองสามครั้ง แต่ไม่เสมอไปที่เราจะสามารถ จดจำความฝันได้ใน

ทุกครั้งหรือทุกเรื่อง นอกจากนั้นการทำหน้าที่ของตับใน การขจัดสารพิษ

อย่างเช่น แอลกอฮอล์ ก็จะมาถึง


จุดสูงสุด และสำหรับใครบางคนที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด ช่วงเวลานี้ก็จะ

มีอันตรายสูงสุดเช่นกันเพราะ 80% ของผู้ป่วยอาการจะกำเริบในช่วงนี้ ฉะนั้นจะต้องตระเตรียมสเปรย์หรือยาฉีดขยายหลอดลมเอา
ไว้ใกล้ ๆ ตัว จะได้หยิบฉวยทันท่วงที พอใกล้รุ่งเช้าเส้นเลือดใต้ผิวก็เริ่ม

จะหดตัวลงอีกครั้ง อุณหภูมิใน ร่างกายเพิ่มสูงขึ้น และแล้วกลไกการ

ทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายจะค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาทำงาน ต้อนรับเช้าวันใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน