>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>100
..101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130

www.kern100.com

เมนูด่วน ผลบอล เกมส์ ฟังเพลง ดูดวง แต่งงาน ฟังวิทยุ การ์ตูน Dictionary Wallpaper ท่องเที่ยว ดาวน์โหลดฟรี สารบัญเว๊บ สุขภาพ ข่าว ทีวีออนไลน์
ค้นหาข้อมูลทั่วโลก GoogleCustom Search
 

ตรวจสุขภาพตามวัย้

"ความไม่มีดรคเป็นลาภอันประเสริฐ" สุภาษิตนี้ยังคงใช้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัย เพราะคงไม่มีใครปฏิเสได้ว่าอยากที่จะมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไร้โรคภัยไข้เจ็บใช่มั้ยคะ แต่เพื่อสุภาพที่ดีอยู่เสมอแล้ว การตรวจสุขภาพของร่างกายจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เผื่อว่าถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น จะได้ทราบและแก้ไขได้แต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเป็นมากจนหมดทางเยียวยา การตรวจสุขภาพนั้น ก็จะแตกต่างกันไปตามวัยค่ะ ลองมาดูกันว่าวัยไหนควรตรวจอะไรบ้างค่ะ
 

อายุ 10-29 ปี

สิ่งที่ควรตรวจ

1. ตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูก
เนื่องจากวัยนี้เป็นวัยเจริญพันธุ์ตามะรรมชาติ การตกไข่ การมีประจำเดือน การมีเพศสัมพันธ์เริ่มและมีมากในวัยนี้ แลปัจจุบันก็พบว่าโรคทางเพศสัมพันธ์บางโรคอย่างเอดส์ก็เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นไม่ว่าจะอายุน้อยแค่ไหน แต่เมื่อไหร่ที่มีเพศสัมพันธ์ หรืออายุ 18 ปีขึ้นไปถึงแม้จะไม่มีปัญหาอะไร ก็ควรเริ่มตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูกได้แล้ว

2. ตรวจวัดความดันโลหิต
ถ้าคุณไม่เคยเจ็บป่วยอะไรเลย ทุกๆ 2 ปีก็ควรจะวัดความดันโลหิตสักครั้ง ถ้าปกติไม่ควรเกิน 140/90 มม.ปรอท แต่ถ้าคุณเป็นคนน้ำหนักมาก หรือมีใครในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่ ควรจะวัดปีละ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย

3.ตรวจคลอเลสเตอรอล
จริงๆ แล้วอายุน้อยๆ อาจไม่ต้องคิดถึงมันมากนัก แต่ถ้าคุณมีระดับคลอเลสเตอรอลสูง มันจะเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงได้ จึงแนะนำว่าถ้าอายุ 20 ปีขึ้นไปก็ควรตรวจคลอเลสเตอรอลทุกๆ 5 ปีเป็นอย่างน้อย วิธีการก็ไม่ยากเย็น เพียงแต่หมอจะเจาเลือดคุณไปตรวจเท่านั้นเอง

4. ตรวจผิวหนัง
ถ้ามีไฝขรุขระหรือผิวมีสีต่างออกไป ควรให้แพทย์ช่วยดูแลให้อย่างน้อยทุกๆ 3 ปี แต่ถ้ามีลักษณะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะใหญ่ขึ้น หรือเปลี่ยนสีก็ตามควรรีบไปพบแพทย์ทันที เผื่อจะเป็นเรื่องมะเร็งที่ผิวหนัง

5. ตรวจหาโรคทางเพศสัมพันธ์
ควรพบแพทย์หรือเจาะเลือดหาดรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และการติดเชื้อ HIV ตรวจภายในเพื่อดูการติดเชื้อไวรัสเริม หนองใน เป็นต้น

6. ตรวจฟัน
ปกติระยะเวลาที่ฟันเริ่มเสียจนกระทั่งเกิดความเสียหายขึ้นจะไม่เกิน 6 เดือน ดังนั้นจึงควรตรวจสุขภาพฟันทุกๆ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย


7. ตรวจตา
ถ้าปกติไม่ได้มีปัญหาอะไรก็ควรตรวจสายตาทุก 3 ปีเป็นอย่างน้อยแต่ถ้ามีความผิดปกติไม่ว่าจะสายตาสั้น ตาเอียงก็ควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง



อายุ 30-49 ปี

สิ่งที่ควรตรวจ

1. เอ๊กซเรย์เต้านม (Mammogram)
การตรวจหามะเร้งที่เต้านมได้พบตั้งแต่ที่มันยังเล็กๆ อยู่นั้นจะทำให้การรักษาได้ผลดีกว่า การทำ X-rays Mammogram จะทำให้พอแยกแยะไดว่าก้อนที่เต้านมที่เกิดขึ้นมีลักษณะในทางที่บ่งบอกว่าน่าจะเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ และเราจะสามารถพบมันได้ แม้ว่าก้อนจะเล็กจนคลำไม่พบด้วยมือก็ตาม อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปว่าควรทำ Mammogram บ่อยเพียงใด แต่ถ้าอายุเกิน 40 ปีควรทำทุกๆ 1-2 ปี โดยเฉพาะถ้ามีประวัติมะเร็งที่เต้านมในครอบครัว เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ควรทำตอนที่เต้านมไม่คัดตึง คือช่วงปลายสัปดาห์ที่ 2 ของรอบเดือนนับจากประจำเดือนมาวันแรกเสมอ


2. ตรวจหาเบาหวาน
การตรวจง่ายๆ และเสียค่าใช้จ่ายน้อย รวมทั้งไม่เจ็บอีกด้วยคือ ตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งอาจตรวจได้ทุกๆ ปี และเพื่อให้ได้ผลตรวจแน่นอน ควรงดน้ำและอาหารก่อนเจาะเลือดตรวจอย่างน้อย 6 ชั่วดมง ถ้ามีน้ำหนักมากหรือมีประวัติการเป็นเบาหวานในครอบครัว หรือถ้าอายุเกิน 40 ปีขึ้นไปก็ควรตรวจปัสสาวะปีละครั้งเป้นอย่างน้อย


3. ตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูก 
เรื่องของประจำเดือนผิดปกติ หรือการปวดื้อง ปัสสาวะบ่อยอาจเป้นตัวบ่งชี้ว่ามีความผิดปกติที่มดลูกได้ ควรบันทึกการมีประจำเดือนไว้เสมอว่า วันแรกของทุกครั้งมาวันที่เท่าไหร่ มากี่วัน ใช้ผ้าอนามัยวันละกี่ผืน มีเลือดเป็นก้อนหรือไม่ เพื่อความง่ายและถูกต้องแม่นยำในการค้นหาสาเหตุของโรค


4. ตรวจทวารหนัก
หลังจากอายุ 40 ปี ทุกครั้งที่ตรวจภายในก็ควรตรวจทางทวารหนักด้วย เพื่อดูว่ามีสิ่งผิดปกติใดบ้าง แพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าไปคลำดูผนังของมันรวมทั้งเนื้อเยื่อชิ้นรหว่างผนังช่องคลอดและผนังทวารหนัก ถ้าหากมีประวัติการเป็นมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ในครอบครัวก้ควรบอกแพทย์เพื่อตรวจพอเศษอื่นๆ เพิ่มเติม


5. ตรวจคลอเลสเตอรอล
ในระหว่างอายุ 40-60 ปี ผู้หญิงมักจะมีระดับคลอเลสเตอรอลสูงขึ้น จากระดับเดิมได้ง่ายขึ้น เพราะการขาดเอสโตรเจนในช่วงหลังจากหมดประจำเดือนนั่นเอง ดังนั้นควรตรวจเลือดหาระดับคลอเลสเตอรอลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


6. ตรวจผิวหนัง
หลังจากอายุ 40 ปี ควรตรวจผิวหนังปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย เพื่อค้นหามะเร็งผิวหนังที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับผิวสีที่คล้ำผิดปกติ หรือไฝที่โตอย่างรวดเร็ว


7. ตรวจฟัน
อายุเกิน 35 โรคเหงือกบางชนิดอาจเกิดได้บ่อยขึ้นจึงไม่ควรละเว้นที่จะตรวจฟันปีละ 2 ครั้ง


8. ตรวจฝากครรภ์
ในกรณีที่ตั้งครรภ์ การตรวจฝากครรภ์จึงจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้ลูกที่สุขภาพแข็งแรงสมบูณ์ที่สุด และแม่มีภาวะแทรกซ้อนน้อยที่สุด เพราะถ้าแม่มีอายุ 35 ขึ้นไปควรปรึกษาแพทย์เพื่อดูโครโมโซมว่ามีความผิดปกติใดๆ หรือไม่ ซึ่งมักจะทำเมื่ออายุครรภ์ 17 สัปดาห์ โดยเจาะน้ำคร่ำเพื่อเอาเซลเด็กออกมาหาโครโมโซม การเจาะน้ำคร่ำอาจมีอันตรายเกิดขึนบ้าง แต่แพทย์จะอัลตร้าซาวด์เพื่อให้เห็นถึงการแทงเข็มในจุดที่เหมาะที่สุดเพื่อให้เกิดอันตรายน้อยที่สุด


9. ตรวจตา
ปัญหาเรื่องสายตายาวมักเกิดขึ้นในวัยนี้ เมื่อเริ่มอ่านหนังสือไม่เห็นในระดับความห่างเท่าเดิม นั่นแหละสายตายาวแล้ว เมื่อเริ่มมีปัญหาควรตรวจได้เลย แต่ถ้าไม่มีอะไรก็ควรตรวจทุกๆ 2 ปีเป็นอย่างน้อย



อายุ 50-69 ปี

สิ่งที่ควรตรวจ

1. ตรวจหัวใจ
โดยมากผู้หญิงจะเริ่มเป็นโรคหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงก็หลังจากหมดประจำเดือน ซึ่งเมื่อเอสโตรเจนลดลงจะทำให้สมดุลของไขมันในเลือดผิดไปจากเดิม ทำให้เส้นเลือดอุดตันได้ง่ายขึ้น

2. ตรวจมะเร็งลำไส้
ทุกๆ ปีเป็นอย่างน้อยควรตรวจอุจจาระเพื่อดูว่ามีเลือดปนเปื้อนออกมาหรือเปล่า และตรวจทางทวารหนักด้วย นอกจากนี้แล้วควรตรวจ Sigmoidoscopy คือการเอากระบอกเล็กๆ มีรูเปิดบนล่างสอดเข้าไปในทวารหนักถึงลำไส้ส่วนล่างสุดเหนือหูรูดขึ้นไป เพื่อดูผนังลำไส้ว่าผิดปกติอะไรหรือไม่ ควรทำทุกๆ 5 ปี

3. ตรวจ Mammogram
ถ้าอายุเกิน 50 ปี ควรตรวจทุกๆ ปี

4. ตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูก
ถึงแม้จะลดเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ลงแล้ว แต่ก็ยังต้องตรวจภายในทุกปี ปีละครั้งเป็นอย่างน้อย

5. ตรวจความหนาแน่นของกระดูก
50% ของผู้ที่อายุ 50 พบว่ากระดูกจะเสื่อม ผุกร่อน บางลง ทำให้กระดูกหักง่ายและต่อติดได้ยาก ถ้าพบว่ากระดูกบางก็จะได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนหรือยาอื่นๆ เพอ่มแคลเซียมและการออกกำลังกาย ควรตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกอย่างน้อย ๅ ครั้งในวัยเริ่มหมดประจำเดือน

6. ตรวจการได้ยินเสียง
เป็นปกติธรรมชาติที่การได้ยินเสียงจะลดลงในคนอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป เป็นการยากที่จะหยุดยั้งการเสื่อมสลายของระบบนี้

7. ตรวจตา
ต้อกระจกและต้อหินมักจะเป้นสาเหตุของการมองไม่เห็นในคนอายุนี้ ควรตรวจสายตาทุก 1-2 ปี และเมื่ออายุเกิน 60 ปีขึ้นไปควรตรวจทุกปี เพื่อช่วยให้ความเสื่อมของสายตาช้าลง และลดการเกิดปัญหาต่อเนื่องได้