| ....................ปัจจุบัน ....อาหารเสริมได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะทุกคน ต้องการมีสุขภาพแข็งแรง ในต่างประเทศ อาหารเสริม กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากคุณค่าที่ได้รับจากอาหารนั้นลดน้อยลง ด้วยระบบการแปรรูปอาหาร ยิ่งขั้นตอนซับซ้อนมากเท่าไร คุณค่าของอาหารก็จะยิ่งหดหายไปมากเท่านั้น อาจมีข้อโต้แย้งว่า คนเราไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริม จำพวกวิตามิน หรือเกลือแร่ หากรับประทานอาหารถูกต้องครบห้าหมู่ จะทำให้เราได้รับวิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็นต่อสุขภาพครบถ้วน นอกจากนี้ ถ้ารับประทานวิตามินหรือเกลือแร่มากเกินไป จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสิ้นเปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ
“ต้องการมีสุขภาพดีต้องทำอย่างไร”
การรักษาความสมดุลทางชีวเคมี ที่ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี จำเป็นต้องอาศัยแนวปฏิบัติที่ครบวงจร ได้แก่ อาหาร ระดับของสารอาหารที่เพียงพอ การออกกำลังกาย การกำจัดสารพิษในร่างกาย การนอนหลับ การพักผ่อน เทคนิคการกำจัดความเครียด และการฝึกผ่อนคลาย การปฏิบัติตามแนวเหล่านี้ทั้งหมด อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้สุขภาพดี
“อาหารในปัจจุบันมีไขมันมากเกินไป”
เราน่าจะได้รับวิตามิน และเกลือแร่อย่างเพียงพอ จากอาหารที่เรารับประทานอยู่เป็นประจำ แต่ปัจจุบันเรากำลังรับประทานอาหาร ไขมันมากเกินไป และรับประทานอาหารที่มีเส้นใยน้อย อาหารเหล่านี้ ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง
“แน่ใจหรือค่ะว่าแต่ละวันได้รับวิตามินครบถ้วน”
.....................การขาดสารอาหาร เช่น การขาดวิตามินเอ และธาตุสังกะสี จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง สารอาหารที่เราเรียกว่า เป็นสารแอนติออกซิแดนต์ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี และเบตาแคโรทีน เป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญ ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
.....................................................“เน้นรับประทานผักและผลไม้กันดีกว่า”
อาหารที่ดี ควรจะเป็นผลไม้ และผักสด ข้าวที่ยังไม่ผ่านการขัดสี ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ในปริมาณ ที่พอเหมาะ แต่ปัจจุบัน เราไม่ได้ รับประทานอาหาร แบบเดียวกับที่บรรพบุรุษของเรา เคยรับประทาน
ด้วยเหตุนี้ อาหารที่เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้ความต้องการสารอาหารของเรา เปลี่ยนแปลงไปด้วย อาหารจำพวกพืชผล จะถูกเก็บก่อนที่จะสุกเองตามธรรมชาติ ทำให้สารอาหารต่าง ๆ ลดลง อาหารหลายชนิด มีการเจือปนสารอื่นๆ มากมาย เช่น สารกันบูด สารเคมีตกค้าง การทำความสะอาดและกระบวนการผลิต เรากำลังเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร เสี่ยงต่อการเกิดโรคบางชนิด เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคขาดสารไอโอดีน โรคปัญญาอ่อน
ในเด็ก โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้อาหารเสริมเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น
โปรดระลึก...ไว้เสมอว่า อาหารเสริมไม่ใช่อาหารทั้งหมด ที่ร่างกายต้องการ แต่เป็นอาหารที่เรารับประทานเพิ่มเติมจาก อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอยู่แล้ว ไม่ใช่รับประทานเพื่อชดเชย การรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ อย่างต่อเนื่อง มาเป็นเวลาหลายปี มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า หากรับประทานอาหารเสริม อย่างถูกต้อง จะช่วยให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการตายด้วยโรคมะเร็ง โรคไขมันอุดตันในสมอง โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง แต่สิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ในขณะนี้คือ การรับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้มาก ๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ กำจัดความเครียด และกำจัดสารพิษในร่างกาย รักษาสภาพแวดล้อมให้ดี การปฏิบัติตามแนวเหล่านี้ทั้งหมด อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้มีสุขภาพดีอย่างแท้จริง
ข้อมูล...ดร.สุจินต์ โตวิวิชญ์
......................11 ข้อ พิสูจน์ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
1. ใช้วิตามินอีธรรมชาติ (d-alpha-tocopherol) ดูดซึมและออกฤทธิ์ดีกว่า วิตามินอี สังเคราะห์
2. ให้สารอาหารจำเป็นครบถ้วน (อย่างน้อย 50 % ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำที่ควรได้รับต่อวัน (RDI)
3. ให้สารอาหารต้านอนุมูลอิสระในสัดส่วนที่เหมาะสม ได้แก่ วิตามินอี 100-400 ยูนิตสากล วิตามินซี 200-500 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 5,000-10,000 ยูนิตสากล และซีลีเนียม 70-200 ไมโครกรัม
4. ให้วิตามินบีในปริมาณสัดส่วนสมดุล และครบถ้วน ได้แก่ วิตามินบี1 บี2 บี6 บี12 ไบโอติน ไนอาซิ
กรดแพนโทธีนิค โฟเลต
5. ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อกระดูกครบถ้วน ได้แค่ แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินดี วิตามินเคฃ
6. ให้สารอาหารแคโรทีนอยด์ในปริมาณที่เหมาะสม (อย่างน้อย 6มก.) จากหลายแหล่ง เช่น เบต้าแคโรทีน, แอลฟา-คาโรทีน, ลิวทีน, ไลโคพีน และคริโตแซนทีน และต้องมีอย่างน้อย 3 ชนิดจาก 5 ชนิด
7. ให้สารอาหารฟลาโวนอยด์จากหลายแหล่ง (อย่างน้อย 20 มก. และต้องมาจากแหล่งต่าง ๆ อย่างน้อย 3 ชนิด) เช่น ซีตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ เคอร์ซิติน และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น
8. ใช้เกลือแร่จำเป็นในรูปแบบที่ดูดซึมได้ดี คือรูปแบบกรดอมิโนคีเลต ซึ่งจะดูดซึมได้ง่าย ช่วยป้องกันไม่ให้สารอาหารถูกทำลายในกระเพาะอาหาร
9. ปราศจากวิตามิน และเกลือแร่ในปริมาณที่ไม่ปลอดภัย เช่น วิตามินอีปริมาณสูงลดการเก็บวิตามินเอในร่างกาย หรือแคลเซียมในขนาดสูงมีผลลดการดูดซึมของแมงกานีส เหล็ก และสังกาสี หรือได้รับสังกะสีมากเกินไปอาจสูญเสียทองแดงและเหล็กจากตับ
10. ปราศจากการแต่งสี กลิ่นสังเคราะห์ และสารกันเสีย
11. เข้ามาตรฐานการแตกตัวของฟาร์มาโคเปีย USPXXIII คือ 30 นาที สำหรับแคปซูล และ 45 นาที สำหรับเม็ดเคลือบ
|