ประเทศไทยเป็นประเทศที่ร้อนแดดออกทุกฤดู ถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูฝน รังสี UV ก็ยังสามารถทะลุผ่านชั้นบรรยากาศลงมาทำลายผิวหนังได้ แต่จะมีปริมาณน้อยกว่าฤดูอื่นๆ เท่านั้นเอง
ดังนั้นเราจึงควรปกป้องผิวเราจากแสงแดดเพราะนอกจากแสงแดดจะทำให้ผิวคล้ำแล้วยังทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่าอย่างน้อย SPF 15
และนอกจากนี้ควรใช้ครีมกันแดดยู่อย่างถูกต้องเนื่องจากส่วนผสมที่ทำให้ครีมกันแดดค่า SPF 15 ตามปรกติของคุณมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ
วิตามินเอบริสุทธิ์ (Retinoids)
เนื่องจากเรติน เอ และเรตินอล ทำให้ผิวของคุณไวต่อแสงมาก ในขณะที่ตัวยาปรับสภาพออกฤทธิ์ในช่วงที่คุณใช้ 4 เดือนแรก จึงต้องทาครีมกันแดดที่มี SPF อย่างน้อย 15 ทุกๆ 3 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่บนชายหาดหรือข้างสระว่ายน้ำ
กรดอัลฟ่า ไฮคร็อกซี่
ก็เหมือนกับวิตามินเอบริสุทธิ์นั่นแหละ การใช้กรดกลีโคลิก แลคติกหรือกรดเอเอชเออื่นๆ อย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผิวของคุณมีแนวโน้มจะไหม้แดดในช่วงสี่เดือนแรกที่ใช้ อย่าออกไปอยู่กลางแดดนานๆ และทาครีมกันแดดที่ป้องกันรังสีหลายๆ ชนิดได้ แต่ถ้าหากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดเอเอชเอสัปดาห์ละครั้ง หรือใช้กรดผลไม้ลอกผิวหน้าเดือนละครั้ง คุณสามารถใช้ครีมกันแดดตามปรกติได้
วิตามินซี
คุณไม่มีปัญหาอะรกับครีมกันแดดค่า SPF 15 ที่ใช้อยู่ทุกวัน เพราะจากหลักฐานใหม่แสดงให้เห็นว่า วิตามินซีไม่ทำให้ผิวไหม้แดดได้ง่าย ให้ทาผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซี รอซัก 60 วินาทีแล้วจึงค่อยทาครีมกันแดด
ป้องกันผิวที่ไหม้จากแดดไม่ให้เสีย
กรณีที่ผิวไหม้จากแดดแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเสีย ควรใช้ผ้าขนหนูผืนบางๆ ชุปส่วนผสมของนมพร่องมันเนย (skim milk) และน้ำเปล่าอย่างละเท่าๆ กันที่แช่ไว้ในตู้เย็นจนเย็นจัดโปะไว้ตรงรอยไหม้ 15 นาที ทำวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 3 วัน วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการบวม และกรดแลคติกในนม ยังช่วยรักษาผิวให้หายเร็วยิ่งขึ้นนอกจากนี้ การทาครีมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นบ่อยๆ ก็ช่วยให้ผิวหนังที่เกิดรอยไหม้ มีความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น